สาระรัฐธรรมนูญ

สรุปสาระสำคัญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

แก้ไข 2554

องคมนตรี

ที่มา : พระมหากษัตริย์แต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย  
จำนวน : ประธานองคมนตรี 1  คน  และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน  18  คน
หน้าที่ : ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา

 

วุฒิสภา

ที่มา : 1. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

2. การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

จำนวน : 150  คน

1. จำนวน 76 คน มาจากการเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ๆ ละ 1 คน

2. จำนวน 74 คน มาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาวุฒิสภา

วาระ : 6  ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระไม่ได้

  1. ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อสิ้นสุดวาระต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30  วัน

2. ส.ว. ที่มาจากการสรรหาเมื่อสิ้นสุดวาระต้องมีการสรรหาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

หน้าที่ : 1. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎร

2. ควบคุมฝ่ายบริหารด้วยการตั้งกระทู้ และขอเปิดอภิปรายทั่วไป (ส.ว. 1/3)  

คุณสมบัติ : 1. สัญชาติไทยโดยการเกิด

2. อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์

3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

4. ไม่เป็นบุพการี  คู่สมรส  หรือบุตรของ ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

5. ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองยังไม่เกิน 5 ปี

6. ไม่เป็น ส.ส. หรือเคยเป็นส.ส. และพ้นจากการเป็น ส.ส.มาแล้วยังไม่เกิน 5 ปี

7. ไม่เป็น ร.ม.ต. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพ้นจากการดำรงตำแหน่งยังไม่เกิน 5 ปี

8. ส.ว.ที่มีสมาชิกภาพสิ้นสุดมาแล้วไม่เกิน 2 ปีจะเป็น ร.ม.ต. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้

สภาผู้แทนราษฎร

ที่มา : มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
จำนวน : 500 คน

1. จำนวน ส.ส. 375 คน คนมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต

2. จำนวน 125 คน คน มาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน 

วาระ : 4  ปี

1. ถ้าครบวาระให้จัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน

2. ถ้ายุบสภาให้มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 – 60 วัน

หน้าที่ : 1. แต่งตั้งและควบคุมฝ่ายบริหาร

2. ออกกฎหมาย (พระราชบัญญัติ)

คุณสมบัติ : 1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

2. อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง

3. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วัน

4. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือเคยเกิด หรือเคยศึกษา (ไม่น้อยกว่า 5 ปี)  หรือเคยรับราชการ

   และมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ไม่น้อยกว่า 5 ปี)  ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

5. ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา และมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพมาแล้วไม่  น้อยกว่า 2  ปี

6. ไม่เป็นผู้บริหาร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

7. ไม่เป็นข้าราชการ  พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ

8. ไม่เป็นคณะกรรมการในองค์กรอิสระ และองค์กรอื่นในรัฐธรรมนูญ

9. ไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ฯลฯ

 

การร่างพระราชบัญญัติ

1. ผู้เสนอ  –  

1.1 คณะรัฐมนตรี

1.2 ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน

1.3 ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์กรฯ)

1.4 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน  (เกี่ยวกับสิทธิ และเสรีภาพของชนชาวไทย กับหน้าที่ของ
                   ปวงชนชาวไทย)

2. ผู้พิจารณา –    1. สภาผู้แทนราษฎร

             2.  วุฒิสภา

3. ผู้ตรา –        พระมหากษัตริย์

    3.1 ถ้าเห็นชอบพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย

    3.2 ถ้าไม่เห็นชอบ ทรงพระราชทานคืนมายังรัฐสภา

4. มีผลบังคับใช้ –  ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

คุณสมบัติของบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้ง

1. มีสัญชาติไทย  ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี

2. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง

3. มีรายชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

 

คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง

1. เป็นภิกษุ  สามเณร  นักพรต  หรือนักบวช

2. อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

3. อยู่ในระหว่างต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

4. วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

 

คณะรัฐมนตรี

ที่มา : พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการฯ

จำนวน : นายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน
วาระ : 4  ปี
หน้าที่ : บริหารราชการแผ่นดินตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

1. ด้านความมั่นคง

2. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ส่วนกลาง , ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น)

3. ด้านศาสนา สังคม สาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม

4. ด้านกฎหมาย และการยุติธรรม

5. ด้านการต่างประเทศ

6. ด้านเศรษฐกิจ

7. ด้านที่ดิน  ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

8. ด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญาและพลังงาน

9.  ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

คุณสมบัติ : 1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์

3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า

( 4-8  ตามคุณสมบัติของ ส.ว. ข้อ 5 – 9 ของ ส.ส. ฯ)

 

การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน

1. การตั้งกระทู้ – ส.ส. หรือ ส.ว.ทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับการงานในหน้าที่

2. การเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

2.1 ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติ  อภิปรายทั่วไป  เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และต้องเสนอชื่อ ผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปด้วย

2.2 ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 6 มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป  เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

2.3 ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป  เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ

3. การถอดถอนออกจากตำแหน่ง

3.1 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า  20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีฯลฯ ผู้ใดที่ร่ำรวยผิดปกติ  ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง  ออกจากตำแหน่งต่อประธานรัฐสภา

 

ศาลรัฐธรรมนูญ

องค์กร – ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา  –  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากบุคคลดังต่อไปนี้

1. ผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 3 คน

2. ตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 2 คน

3. ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์  จำนวน  2  คน

4. ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์  จำนวน  2  คน

– ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานศาลฎีการัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

จำนวน –  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 1 คน และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  8  คน

วาระ  –  9  ปี  และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

 

คุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

2. มีอายุไม่ต่ำกว่า  45  ปี

3. ไม่เป็น ส.ส. , ส.ว. , ข้าราชการเมือง ,  สมาชิกสภาท้องถิ่น ,  ผู้บริหารท้องถิ่น

4. ไม่เป็น หรือเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ของพรรคการเมืองในระยะ 3 ปีก่อนดำรงตำหน่ง

 

หน้าที่  –  1.  พิจารณาและวินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดแย้งรัฐธรรมนูญ

    2.   พิจารณาและวินิจฉัยความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา  คณะรัฐมนตรี  

  หรือองค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาล

 

 

ศาลยุติธรรม

องค์กร  –  คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ที่มา  –  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและการให้พ้นตำแหน่งของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม  โดยความเห็นชอบ

  ของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

    คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประกอบด้วย

1. ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน

2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาล ได้แก่ ศาลฎีกา  6  คน  ศาลอุทธรณ์  4  คน  ศาลชั้นต้น  2  คน

3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  8  คนและได้รับเลือกจากรัฐสภา

ระดับของศาล  –  มี  3  ระดับ  คือ  ศาลชั้นต้น  ศาลอุทธรณ์  ศาลฎีกา

หน้าที่   1.  พิจารณาคดีต่าง ๆ ตามระดับชั้นของศาล

  2.  ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง  ส.ส.

  และ ส.ว.  

    ศาลอุทธรณ์ มีอำนาจพิจารณา และวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

  สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น

    ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่พิจารณา

 

 ศาลปกครอง

องค์กร  –  คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง

ที่มา  –  คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและรัฐสภาเห็นชอบแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบ

  บังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อทรงแต่งตั้ง

จำนวน  –  ประธานศาลปกครองสูงสุด  จำนวน  1  คน และตุลาการศาลปกครอง  12  คน

หน้าที่  –  พิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหว่างหน่วยราชการ  หน่วยงานราชการของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  องค์กรปกครองท้องถิ่นหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน

ระดับของศาล  –  มี  2  ระดับ

1. ศาลปกครองชั้นต้น

2. ศาลปกครองสูงสุด

 

ศาลทหาร

หน้าที่   –  พิจารณาพิพากษาคดีอาญาทหาร

 

องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

 มี  4  องค์กร  คือ

1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง  (ก.ก.ต.)

2. ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ค.ต.ง.)

3. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

4. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

ที่มา  –  1.  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา

    ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

    ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง

    2.  คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง มีจำนวน 7  คน ได้แก่  ประธานศาลฎีกา ,   

  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ,  ประธานศาลปกครองสูงสุด ,  ประธานสภาผู้แทนราษฎร,  

  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ,  บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก  1  คน และบุคคล

  ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก  1  คน

  มีหน้าที่คัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 3 คน เสนอต่อประธานวุฒิสภา

3.  ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีการพิจารณาสรรหากรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 คน เสนอต่อ  

  ประธานวุฒิสภา

4.  วุฒิสภาให้ความเห็นชอบและประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์

  เพื่อทรงแต่งตั้ง

จำนวน  –  ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง  จำนวน  1  คน และกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน  4  คน

หน้าที่  1.  จัดการเลือกตั้งและเพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส. , ส.ว. ,  องค์กรปกครองท้องถิ่น  รวมทั้งการ

  ลงประชามติ

3. ควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับพรรคการเมือง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ที่มา  –  1.  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา

 ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

          2.  คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน มีจำนวน 7 คน (เหมือนกับคณะกรรมการสรรหา

   คณะกรรมการเลือกตั้ง)  ทำหน้าที่สรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน  3  คนเสนอต่อประธาน

  วุฒิสภา

         3.  วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ และประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อทรง

  แต่งตั้ง

จำนวน  –  ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน  1  คน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน  2  คน

วาระ  –  6  ปี และให้ดำรงตำแหน่งเพียงวาระเดียว

หน้าที่  –  1.  พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน  การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือละเว้น

  การปฏิบัติตามกฎหมายของข้าราชการ  พนักงาน  หน่วยงานราชการ  รัฐวิสาหกิจหรือราชการ

  ส่วนท้องถิ่น

    2.  ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

    3.  ติดตามประเมินผลและจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

 

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ

ที่มา 1.  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของรัฐสภา

  ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการฯ

2.  คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ  มีจำนวน 5  คน

  ประกอบด้วย ประธานฎีกา ,  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ,  ประธานศาลปกครองสูงสุด , 

  ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  ทำหน้าที่สรรหา  

  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ จำนวน 9 คน เสนอต่อประธานวุฒิสภา

3.  วุฒิสภาให้ความเห็นชอบและประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อ

  ทรงแต่งตั้ง

จำนวน ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ จำนวน 1  คน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ จำนวน  8  คน
วาระ 9 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียง  1  วาระ
หน้าที่ 1.  ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง หรือข้าราชการตั้งแต่
      ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป  ร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
    2.  ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  เพื่อ
      ส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
    3.  ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง  รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและ
      หนี้สินของนายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี, ส.ส. ,  ส.ว. ,  ข้าราชการการเมือง,  ผู้บริหารท้องถิ่น
      และสมาชิกสภาท้องถิ่น
    4.  กำกับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

 

 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ที่มา : พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามความเห็นชอบของวุฒิสภา
    ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการฯ
จำนวน : ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 1 คน  และกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอีก  6  คน
วาระ : 6  ปี  และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
หน้าที่ : 1.  กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
    2.  ให้คำแนะนำและเสนอแนะแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
    3.  แต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลัง  เพื่อวินิจฉัยคดีทางวินัยทางการเงิน
      และการคลัง
คุณสมบัติ : 1.  มีความชำนาญและประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน  การบัญชี  การคลังและอื่น ๆ
    2.  มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

 

องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ

1. องค์กรอัยการ  –  มีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดย

  เที่ยงธรรม

2. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

– ตรวจสอบและรายงานการกระทำ หรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

3. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

– ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม  รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

การตรวจสอบทรัพย์สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปนี้

1.  นายกรัฐมนตรี  2.  รัฐมนตรี

3.  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  4.  สมาชิกวุฒิสภา

5.  ข้าราชการการเมืองอื่น  6.  ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น

มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตน  คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ  ทุกครั้งที่รับตำแหน่ง  หรือ พ้นตำแหน่ง

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s