๓.๑ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา

พระอัญญาโกณฑัญญะ
1
2

พระประวัติ พระอัญญาโกณฑัญญะ เดิมชื่อ โกณฑัญญะ เป็นบุตรของพราหมณ์ในหมู่บ้านโฑณวัตถุ ใกล้เมืองกบิลพัสดุ์ จบการศึกษาด้านไตรเพทในคัมภีร์พรามหณ์ ท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการทำนายลักษณะ ท่านเป็นหนึ่งในจำนวนพราหมณ์ ๘ คน ที่พระเจ้าสุทโธทนะเชิญมาทำนายลักษณะของเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อคราวประสูติได้ ๕ วันและท่านได้ทำนายด้วยความเชื่อมั่นว่าพระกุมารจักออกบวชและสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช และทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ท่านมีความเชื่อมั่นว่าพระสิทธัตถะจักสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน จึงได้ชวนพราหมณ์อีก ๔ คน ประกอบด้วย วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ออกบวชตาม และเฝ้าปฏิบัติอยู่ด้วยหวังว่าเมื่อพระสิทธัตถะบรรลุธรรมใดแล้วจักแสดงแก่พวกตนบ้าง แต่เมื่อเห็นพระสิทธัตถะเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยาจึงหมดศรัทธาชักชวนกันหนีไปอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมื่อพระสิทธัตถะบำเพ็ญเพียงทางจิตจนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ได้เสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวันเพื่อแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ มีพระโกณฑัญญะ เป็นต้น

พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงเรียกว่า “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร” เมื่อแสดงธรรมจบแล้วท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม พระองค์ทรงเปล่งอุทานว่า อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ แปลว่า โกณฑัญญะ รู้แล้วหนอ อาศัยคำว่า อญฺญาสิ จึงใช้คำว่า อัญญา นำหน้าชื่อท่านโกณฑัญญะ และท่านได้ทูลขออุปสมบทกับพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงประทานอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมโปรดอีกสี่ท่านที่เหลือและทุกท่านก็ได้ดวงตาเห็นธรรมทูลขออุปสมบท พระองค์ทรงประทานด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เมื่อปัญจวัคคีย์ได้อุปสมบทครบแล้ว พระองค์ได้แสดงอนัตตลักขณสูตรโปรดท่านทั้งห้า และท่านเหล่านั้นก็ได้บรรลุอรหัตผลทุกรูป พระอัญญาโกณฑัญญะ นับเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา ท่านได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า มีความเป็นเลิศทางรัตตัญญู คือ ผู้มีประสบการณ์มาก เนื่องจากท่านได้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านได้จาริกไปในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อประกาศพระศาสนาตลอดจนชักชวนญาติพี่น้องให้นับถือเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา บางท่านได้ออกบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เช่น พระปุณณมันตานีบุตรผู้เป็นหลานชาย เป็นต้น และเมื่อท่านมีอายุมากขึ้นเข้าสู่วัยชรา ท่านได้กราบลาพระพุทธเจ้าไปอยู่เสนาสนะป่าใกล้สระฉัททันต์เป็นเวลา ๑๒ ปี จึงปรินิพพานที่ป่าฉัททันต์นั่นเอง

คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

๑. เป็นผู้มีประสบการณ์มาก พระอัญญาโกณฑัญญะ มีประสบการณ์มากมีความรอบรู้ทั้งทางคดีโลกคดีธรรม ซึ่งเกิดจากการได้ศึกษาเล่าเรียนและมีความเชี่ยวชาญในวิชาที่เรียน ตลอดถึงการนำวิชาความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต อาศัยประสบการณ์มาปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่บกพร่อง

๒. เป็นผู้มีความสันโดษ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ตามประวัติกล่าวว่าพระอัญญาโกณฑัญญะชอบความสงบไม่ชอบคลุกคลีกับหมู่คณะ ยินดีในเสนาสนะป่า

๓. เป็นผู้มีปัญญาแก่กล้า พระอัญญาโกณฑัญญะเมื่อได้รับฟังพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงโปรดครั้งแรก สามารถรู้ธรรมได้อย่างฉับพลัน ได้ดวงตาเห็นธรรมและทูลขออุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

๔. เป็นผู้มีเหตุผล เมื่อคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมโปรดเป็นครั้งแรก พระอัญญาโกณฑัญญะได้นัดแนะกับท่านอื่น ๆ ไม่ให้แสดงอาการต้อนรับ ไม่ทักทาย แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเตือนให้นึกถึงความหลัง ท่านไม่หัวดื้อ เป็นผู้มีเหตุผลเมื่อฟังพระธรรมเทศนาแล้วได้ดวงตาเห็นธรรมสำเร็จเป็นพระโสดาบัน

พระเจ้าปเสนทิโกศล
34

ประวัติและผลงาน

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเป็นโอรสของพระเจ้ามหาโกศล ผู้ครองนครองสาวัตถี แห่งแคว้นโกศล ทรงศึกษาศิลปวิทยาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้เสด็จกลับไปครองราชย์สมบัติ ณ กรุงสาวัตถี

วันหนึ่งขณะที่ประทับยืนบนปราสาท พระเจ้าปเสนทิโกศลทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุสงฆ์หลายพันรูปไปฉันภัตตาหารในคฤหาสน์ของอนาถบิณฑิก ได้เกิดพระราชประสงค์จะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นทรงนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยหมู่ภิกษุให้มาฉันภัตตาหารในพระราชวังตลอด ๗ วัน พระเจ้าปเสนทิโกศลยังได้กราบทูลพระพุทธเจ้าขอให้ส่งพระภิกษุไปฉันภัตตาหารในพระราชวังเป็นประจำ

พระจริยาวัตรที่ควรนับถือเป็นแบบอย่างของพระเจ้าปเสนทิโกศล

๑. ทรงเป็นผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พยายามหาทางขวานขวายเพื่อให้ได้เข้าใกล้พระพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ

๒. เป็นผู้มีศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เห็นได้จากเมื่อพระเจ้าปเสนทิโกสลทรงทราบว่านางวาสภขัตติยาไม่ได้อยู่ในวรรณะเดียวกับพระองค์ก็ทรงโกรธ รับสั่งให้ริบเครื่องบำรุงตามแบบกษัตริย์ทั้งแม่และลูก แต่เมื่อได้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตรัสแนะนำชี้แจงว่าโคตรของบิดาย่อมสำคัญกว่า นางวาสภขัตติยาและวิฑูฑภะก็มีพระบิดาเป็นกษัตริย์ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพอพระทัยและทรงเชื่อในคำชี้แจงของพระพุทธเจ้า จึงสั่งให้คืนเครื่องบำรุงแก่พระมเหสีและพระโอรส

๓. เป็นผู้ฝักใฝ่ในการทำบุญและส่งเสริมให้พสกนิกรได้ทำบุญด้วย เห็นได้จากการที่พระองค์ทรงจัดให้มีการแข่งขันทำบุญ รวมไปถึงการขอให้พระเจ้าพิมพิสารทรงส่งคนมีบุญไปอยู่แคว้นดกสลซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้มีบุญไม่มากอยู่ โดยพระเจ้าพิมพิสารได้ส่ง “ธนัญชัยเศรษฐี” ไปอยู่ในแคว้นดังกล่าว

คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงมีคุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่างหลายประการ ดังนี้

๑. ทรงเป็นผู้ที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ กล่าวคือ ในสมัยทรงเป็นพระราชกุมาร ทรงสนพระทัยในการศึกษามาก ทรงฉลาดและมีไหวพริบ เมื่อทรงศึกษาจบสามารถแสดงศิลปวิทยาที่ได้ทรงศึกษามาจนเป็นที่พอพระทัยของพระบิดา ต่อมาก็ทรงได้รับการอภิเษกให้เป็นพระราชาตั้งแต่บิดาทรงยังมีพระชนม์อยู่

๒. ทรงเป็นผู้ที่หนักแน่นในเหตุผล คือ ทรงเชื่อฟังผู้ที่มีเหตุผลดีกว่า เมื่อทรงตัดสินพระทัยผิดในบางครั้งได้รับการทักท้วงจากพระนางมัลลิกา หรือพระพุทธเจ้า ก็ทรงเชื่อฟังและปฏิบัติตาม

๓. ทรงเป็นผู้ไม่ถือตน แม้จะทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ปกครองแคว้นที่เป็นมหาอำนาจแต่ก็ทรงปฏิบัติพระองค์คล้าย ๆ กับสามัญชน เสด็จไปที่ใดอย่างธรรมดาไม่มีพิธีรีตอง จึงทราบความเป็นอยู่ของราษฎร และความเป็นไปในราชอาณาจักร

๔. ทรงมีศรัทธาในพระรัตนตรัยอย่างมั่นคง โดยทรงมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยทรงเอาพระทัยใส่และให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ พระภิกษุณี และเหล่าสามเณรสามเณรี เป็นอย่างดีตลอดพระชนม์ชีพ

พระประวัติ พระนางมหาปชาบดี
p16ujth3o98171v8l1dqncetpt13
เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าอัญชนะแห่งโกลิยวงศ์ เป็นพระกนิษฐภคินี(พระน้องนาง) ของพระนางสิริมหามายา และทรงเป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้าเมื่อพระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะได้ ๗ วันก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงตั้งพระนางมหาปชาบดีไว้ในตำแหน่งอัครมเหสีและได้ทรงมอบหน้าที่การเลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะให้กับพระนาง ซึ่งพระนางก็ได้ทรงเลี้ยงดูพระกุมารเป็นอย่างดียิ่งกว่าเจ้าชายนันทะและเจ้าหญิงนันทาผู้เป็นพระโอรสและพระธิดาของพระนางเอง
เมื่อคราวที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่ ณ นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พระนางมหาปชาบดีได้เข้าไปเฝ้าและกราบทูลขอบรรพชา พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต แม้จะกราบทูลถึง ๓ ครั้งก็ตาม ก็มิได้ทรงอนุญาตด้วยมีเหตุผลว่าสตรีไม่ควรบรรพชา ทำให้พระนางเกิดความทุกข์เสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นพระนางก็มิได้ย่อท้อ มีพระทัยมุ่งมั่นต่อการบรรพชาเพียงอย่างเดียว

ในเวลาต่อมา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี แคว้นวัชชี พระนางมหาปชาบดีโคตมีพร้อมด้วยเจ้าหญิงศากยะเป็นจำนวนมาก ได้ทรงปลงพระเกศา นุ่งห่มผ้าย้อมด้วยน้ำฝาดได้เสด็จไปยังที่ประทับของพระพุทธเจ้าด้วยพระบาทเปล่าเพื่อทูลขอบรรพชา เมื่อเสด็จไปถึงได้ประทับยืน ณ ภายนอกซุ้มประตู เมื่อพระอานนท์เห็นพระนาง ถามทราบความประสงค์แล้ว เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลขอให้ทรงอนุญาตการบรรพชาแก่พระนาง พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธ ถึงแม้พระอานนท์จะทูลขอถึงสามครั้งก็ตามพระอานนท์จึงกราบทูลถามว่า สตรีเมื่อได้บวชแล้วจะสามารถสำเร็จมรรคผลได้หรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่ามีสิทธิ์สำเร็จมรรคผลได้พระอานนท์จึงกราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงเห็นแก่พระนางมหาปชาบดีที่เคยทรงอบรมเลี้ยงดูมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ถือว่าทรงมีคุณูปการแก่พระพุทธเจ้าเป็นเอนกประการพระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าพระนางมหาชาบดี ทรงรับครุธรรม ๘ ประการ ก็จักทรงให้อนุญาตให้บวชได้ ครุธรรม ๘ ประการ ได้แก่

๑. พระภิกษุณีแม้บวชแล้วได้ร้อยพรรษา ต้องเคารพนบไหว้พระภิกษุ แม้บวชใหม่ในวันนั้นพระภิกษุณีจะจำพรรษาอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีพระภิกษุไม่ได้ต้องมีสำนักอยู่เป็นเอกเทศในเขตวัดที่มีพระภิกษุอยู่ด้วยหรือไม่ก็อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุด

๒. พระภิกษุณีจะจำพรรษาอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีพระภิกษุไม่ได้ ต้องมีสำนักอยู่เป็นเอกเทศในเขตวัดที่มีพระภิกษุอยู่ด้วยหรือไม่ก็อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุด

๓. พระภิกษุณี ต้องปฏิบัติกิจ ๒ อย่างทุกครึ่งเดือน คือ สอบถามอุโบสถและรับโอวาทจากพระภิกษุสงฆ์

๔. พระภิกษุณีจำพรรษาแล้ว เวลาจะทำพิธีออกพรรษาด้วยการปวารณาต้องทำพิธีออกพรรษา ๒ ครั้ง คือ ทำพิธีในที่ประชุมสงฆ์ที่เป็นฝ่ายพระภิกษุณีและจะต้องทำในฝ่ายพระภิกษุสงฆ์ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

๕. พระภิกษุณีต้องอาบัติหนัก ต้องประพฤติมานัตในสงฆ์สองฝ่าย เป็นเวลา ๑๕ วัน

๖. ก่อนบวชเป็นพระภิกษุณี สตรีที่จะบวชร้องรักษาศีล ๖ ข้อ เป็นเวลา ๒ ปี ขาดไม่ได้ ถ้าขาดข้อหนึ่งข้อใดต้องเริ่มต้นนับเวลารักษาใหม่

๗. พระภิกษุณีจะต้องไม่บริภาษหรือด่าพระภิกษุ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

๘. พระภิกษุณีต้องไม่สอนพระภิกษุ แต่จะเป็นฝ่ายรับการสอนจากพระภิกษุเท่านั้น

พระอานนท์ได้นำรายละเอียดของครุธรรม ๘ ประการไปบอกแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมีเพื่อทรงทราบและพิจารณา พระนางพร้อมเจ้าหญิงศาสกยะทั้งหมดยอมรับครุธรรมแล้ว พระนางพร้อมด้วยเจ้าหญิงศากยะทั้งหมดจึงได้รับอุปสมบทเป็นพระภิกษุณีในพระพุทธศาสนา เมื่อพระนางได้อุปสมบทแล้วได้บำเพ็ญเพียรจนได้สำเร็จพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าได้ทรงยกย่องพระนางว่าเป็นเอตทัคคะ คือ เลิศกว่าผู้อื่นในทางรัตตัญญู (คือ ผู้มีประสบการณ์มาก)

คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

๑. เป็นผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ มีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา คือ เมื่อพระนางมหาปชาบดีโคตมี มีความดำริที่จะทรงออกบวชแล้ว ก็มีพระทัยแน่วแน่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ ถึงแม้พระพุทธเจ้าจะกำหนดหลักแห่งการประพฤติปฏิบัติอย่างหนักที่เรียกว่า ครุธรรม ๘ ประการก็ตาม พระนางก็ไม่ทรงย่อท้อ จนในที่สุดก็ได้รับการอนุญาตจากพระพุทธเจ้าให้ทรงบวชได้

๒. เป็นผู้มีความอ่อนน้อมอย่างยิ่ง ถึงแม้พระนางจะมีฐานะเป็นถึงพระมารดาเลี้ยงของพระพุทธเจ้าก็ตาม แต่พระนางก็ไม่ทรงเย่อหยิ่งถือพระองค์แต่ประการใด ตรงกันข้าม กลับมีความเคารพในพระพุทธเจ้าและหมู่พระภิกษุสงฆ์สาวกเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้จากข้อปฏิบัติในครุธรรม ภิกษุณีแม้จะบวชได้ตั้งร้อยปีก็ยังคงกราบไหว้พระภิกษุผู้แม้บวชแล้วในวันนั้น นับได้ว่าพระนางเป็นผู้มีความอ่อนน้อมและปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย

พระเขมาเถรี
283238e19a01f628bb4363f47fe2550a

ก่อนอุปสมบทเป็นภิกษุณี พระเขมาเถรี เป็นพระราชธิดาของกษัตริย์เมืองสาคละ แห่งสาคละนคร ในแคว้นมัททะ เมื่อวัยเยาว์ พระราชธิดาทรงมีพระสิริโฉมที่งดงามทรงมีผิวขาวหมดจดต่อมาเมื่อเจริญวัยแล้วได้ทรงเป็นมเหสีของพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งแคว้นมคธมีกรุงราชคฤห์เป็นราชธานีเมื่อพระพุทธเจ้าได้ประกาศเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระองค์ได้เสด็จมายังแคว้นมคธ ทรงโปรดแสดงธรรมแด่พระเจ้าพิมพิสารจนสำเร็จพระโสดาบัน

ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานเวฬุวันให้เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระเวฬุวันแล้วฝูงชนเป็นอันมากทั้งที่ใกล้และที่ไกลทราบข่าวได้พากันมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังพระธรรมเทศนาพากันหันมานับถือพระพุทธศาสนา และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงเห็นฝูงชนเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นจำนวนมากเช่นนี้ก็ทรงโสมนัสปีติยินดี พระนางเขมาเดิมมิได้สนพระทัยในพระพุทธศาสนาแต่ประการใด ไม่สนใจข่าวพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวกซึ่งเสด็จมาประทับ ณ พระเวฬุวัน สนพระทัยแต่เรื่องความสวยความงามเพลิดเพลินอยู่ในพระสิริโฉมของพระนางเท่านั้น พระเจ้าพิมพิสารจึงมีพระราชประสงค์จะให้พระนางเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและสดับพระธรรมเทศนา จึงทรงคิดอุบายให้กวีแต่งเพลงพรรณนาความงาม
พระเขมาเถรี

และความรื่นรมย์ร่มรื่นของพระเวฬุวัน แล้วรับสั่งให้กวีขับให้พระนางฟังพระนางเขมาได้ทรงฟังเพลงขับของกวีนั้นทรงรู้สึกว่าพระเวฬุวันช่างน่าอภิรมย์ร่มรื่นจริง ๆ ทรงมีพระประสงค์จะเสด็จไปเที่ยวพระเวฬุวัน จึงทูลขออนุญาตจากพระเจ้าพิมพิสารซึ่งพระองค์ก็ทรงอนุญาต พระนางพร้อมด้วยบริวารจึงเสด็จไปยังพระเวฬุวันและได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าเมื่อจะทรงแสดงธรรมให้เหมาะแก่พระจริยวัตรของพระนาง จึงได้ทรงเนรมิตร่างสตรีที่สวยงามประดุจนางฟ้าให้นั่งถวายพัดงานอยู่ใกล้ ๆ พระองค์ พระนางทอดพระเนตรเห็นหญิงสาวที่กำลังโบกพัดวีถวายพระพุทธเจ้านั้นสวยงามยิ่งนัก สวยกว่าความงามของพระนางอย่างเทียบกันไม่ได้ และในขณะที่พระนางทรงเพลินชมความงามของหญิงสาวนั้นอยู่พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงให้หญิงสาวนั้นมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปจากหญิงสาวสวยเป็นหญิงที่มีอายุมาก ชรา ถือไม้เท้า ผิวหนังเหี่ยวย่น เนื้อหนังผุพังเน่าเปื่อยไปตามลำดับจนถึงล้มกลิ้งเกลือกไปมาเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก สุดท้ายเหลือแต่เพียงโครงกระดูกในที่สุดพระนางเขมาได้ทอดพระเนตรเห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ดังกล่าวมา ทรงนึกย้อนถึงพระวรกายของพระนางที่ต้องเป็นไปในสภาพเช่นนี้เหมือนกัน พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าพระนางพร้อมที่จะรับพระธรรมเทศนาแล้ว จึงได้ทรงแสดงธรรมให้ฟัง เมื่อพระนางได้สดับพระธรรมเทศนาแล้วก็ได้บรรลุอรหันต์ แล้วถวายบังคมพระพุทธเจ้ากลับยังพระตำหนัก
ต่อมาพระนางได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าพิมพิสารออกผนวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนาเมื่อผนวชแล้วได้บำเพ็ญกิจให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาเป็นอันมากพระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องพระนางว่าเป็นพระภิกษุณีที่เลิศในทางปัญญาและเป็นอัครสาวิกาฝ่ายขวา
คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

๑. มีปัญญามาก พระเขมาเถรีได้รับการยกย่องว่าเป็นภิกษุณีที่เลิศในทางปัญญา สามารถตรัสรู้ตามพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าได้อย่างรวดเร็ว

๒. มีปฏิภาณ พระเขมาเถรีเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายภิกษุณี มีความสามารถในการแสดงธรรมได้วิจิตรพิศดาร มีปฏิภาณไหวพริบในการโต้ตอบฉับไวและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

๓. มีเหตุผล พระเขมาเถรีเป็นผู้ที่มีเหตุผล พิจารณาเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงด้วยปัญญา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s